วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2560

รีวิว Game of Thrones Seasons 1 EP.9


Game of Thrones Seasons 1 EP.9


          ภายในห้องขังที่มืดมิดได้ปรากฏแสงไฟจากคบเพลิงของผู้มาเยี่ยมเยียน ซึ่งผู้ที่มาเยี่ยมเยียนหาใช่ใครอื่นไม่!?

          "ลอร์ดวาริส" ได้มาเยี่ยมเยียน ลอร์ด สตาร์ค อีกครั้ง พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบว่า ซานซ่า ได้ร้องขอชีวิตของลอร์ด สตาร์ค พ่อของเธอ ต่อหน้าพระพักตร์ เจ้าชายจอฟฟรีย์และพระราชินีเซอซี พร้อมทั้งได้แจ้งข่าวเกี่ยวกับ ร็อบ สตาร์ค ที่ยกทัพลงมายัง คิงส์แลนด์ดิ้ง

          ลอร์ดวาริส ยังได้เกลี้ยกล่อม ลอร์ด สตาร์ค ให้สวามิภักดิ์ต่อเจ้าชายจอฟฟรีย์และพระราชินีเซอซี พร้อมทั้งให้ ลอร์ด สตาร์ค ประกาศว่า เจ้าชายจอฟฟรีย์ เป็นองค์รัชทายาทที่แท้จริง และให้สารภาพความผิดทั้งหมดที่ได้เกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่า ชายชาติทหารอย่าง ลอร์ด สตาร์ค คงไม่ยอมเป็นแน่แท้ ลอร์ดวาริส ได้แต่อุทานว่า "น่าเสียดายจริง ๆ"

          การจะไปยัง คิงส์แลนด์ดิ้ง นั้น จะต้องผ่าน ปราสาทริเวอร์รัน ของตระกูลเฟรย์ก่อน แน่นอนว่า พวกตระกูลเฟรย์ คงไม่ยอมให้ผ่านไปได้ง่าย ๆ แน่นอน



          ร็อบ สตาร์ค ต้องการที่จะเข้าไปเจรจาเพื่อขอผ่านทางมากกว่าที่จะต้องสู้รบกับพวกตระกูลเฟรย์ แต่ เลดี้แคท เห็นว่า ตัวของเค้าเองรู้จักผู้ครองปราสาทริเวอร์รัน มาตั้งแต่ยังเด็ก จึงขออาสาไปเจรจาแทน ร็อบ ลูกชายของตน

          ผบ.มอร์มอนท์ ได้ให้ดาบ "ลองคลอว์" แก่ จอน สโนว์ เพื่อเป็นการตอบแทนที่ จอน ได้ช่วยชีวิตตน จากศพที่ฟื้นขึ้นมา โดยดาบ ลองคลอว์ เป็นดาบที่ตีจาก แร่วาลีเรี่ยน และตระกูลมอร์มอนท์ ได้ดูแลดาบเล่มนี้มา 5 ศตวรรษ แล้ว

          จอน ได้ปฏิเสธที่จะรับ เนื่องจากเห็นว่า ดาบลองคลอว์ น่าจะเป็นดาบประจำตระกูลมอร์มอนท์ (เพราะดูแลมาตั้ง 5 ศตวรรษ) แต่ ผบ.มอร์มอนท์ ได้สั่งให้รับไป เพราะน่าจะเหมาะกับ จอน สโนว์ มากกว่า จอน จึงตั้งรับมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

          แซม ได้บอกข่าวที่ ร็อบ ยกทัพไปยัง คิงส์แลนด์ดิ้ง ให้กับ จอน รู้

          ผลการเจรจาระหว่าง เลดี้แคท กับ ตระกูลเฟรย์ เป็นไปในทางที่ดี โดยเลดี้แคท ได้มาบอกกับ ร็อบ สตาร์ค ว่า "พวกเขา (ตระกูลเฟรย์) พร้อมที่จะให้ทัพของ ร็อบ ผ่านทาง และจะส่งทหารเข้าร่วมด้วย แต่ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน"

          ร็อบ ได้สอบถามถึงข้อแลกเปลี่ยนนั้นว่า คืออะไร เลดี้แคท ได้บอกว่า "พวกเขาต้องการให้ลูกชายของเขา โอลิวาร์ มาเป็นเด็กรับใช้ ร็อบ พร้อมทั้งตำแหน่งอัศวิน ในเวลาอันควร ส่วน อาร์ยา ต้องแต่งงานกับ วาร์ดรอน ลูกชายอีกคนหนึ่งของเขา และก็เมื่อสงครามจบลง ตัวของ ร็อบ ก็ต้องแต่งงานกับลูกสาวของเขา โดย ร็อบ สามารถเลือกได้เองเลย"

          ร็อบ ได้แต่ตอบ "ตกลง" เพราะไม่มีทางเลือก

          จอน สโนว์ ได้รู้ถึงตัวจริงของ เอม่อน ว่า คือ เอม่อน ทาร์แกเรี่ยน ผู้ที่เคยปฏิเสธการครองบัลลังค์เหล็กมาแล้ว

          ในการประชุมของทัพไทวิน แลนนิสเตอร์ ตัวของไทวิน เอง ต้องการให้พวก ชัคก้า ออกรบเป็นแนวหน้า ซึ่งเรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับ ทีเรี่ยน เป็นอย่างยิ่ง (เพราะ ชัคก้า บอกให้ ทีเรี่ยน มารบด้วย ตัวพวกเขาถึงจะรบ ถ้า ชัคก้า ต้องเป็นทัพหน้า ทีเรี่ยน ก็ต้องอยู่ทัพหน้าด้วยเช่นกัน ซึ่งการเป็นทัพหน้านั้น มีโอกาสถูกฆ่ามากกว่าทัพหลัง) เพราะมองว่า พ่อของตนต้องการส่งตนไปตายมากกว่า

          หลังจากที่ ทีเรี่ยน ได้กลับมายังกระโจมที่พัก ก็ได้เจอกับ "เช" ซึ่งเป็นโสเภณี ซึ่ง บรอนด์ เป็นคนพามาให้

          ทีเรี่ยน ได้ยื่นข้อเสนอให้กับ เช เพราะต้องการให้ เช มาอยู่ด้วย และข้อเสนอนั้น ก็ยากเกินที่ เช จะปฏิเสธได้

          คาลโดรโก้ ล้มป่วยจากการติดเชื้อที่บาดแผล จอราห์มองว่า คาลโดรโก้ คืนนี้ไม่น่าจะรอดแน่ ๆ จึงบอกให้ เดอแนริส ที่มีตำแหน่งเป็น คาลิซี (เป็นภรรยาของหัวหน้าเผ่า) หนีไปจากที่นี่ เพราะเมื่อไหร่ที่ คาลโดรโก้ ตาย พวกคนหนุ่มที่เหลือก็จะสู้กันเพื่อแย่งชิงกันเป็น คาล คนใหม่ และเมื่อถึงตอนนั้น ตัวของ เดอแนริส ก็จะหมดความหมายทันที

คาลโดรโก้ ล้มป่วยเพราะพิษบาดแผล

          สงครามระหว่าง สตาร์ค และ แลนนิสเตอร์ ได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยทัพของ ไทวิน แลนนิสเตอร์ ได้รับชัยชนะไป เนื่องจากทัพของ ร็อบ สตาร์ค ส่งคนมารบเพียงแค่ 2,000 คน

          สงครามครั้งนี้เป็นการหลอกล่อ ไทวิน แลนนิสเตอร์ เนื่องจากทัพใหญ่ของ ร็อบ และตัวของ ร็อบ เอง ได้นำกำลัง 18,000 คน ไปรบกับ เซอร์เจมี่ แลนนิสเตอร์ และได้จับตัว เซอร์เจมี่ แลนนิสเตอร์ มาได้ ส่วนทัพเล็กก็ไปรบกับ ไทวิน เพื่อป้องกันและหลอกล่อ ไม่ให้ ไทวิน รู้ตัวและไปช่วยทัพของ เซอร์เจมี่ แลนนิสเตอร์ ได้นั่นเอง

          ที่คิงส์แลนด์ดิ้ง ชาวเมืองทั้งหลายได้มุ่งหน้าสู่ "วิหารเบลอร์" ที่นั่นได้มีการสารภาพผิดของ ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค

          ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ได้สารภาพผิด ว่า ตนเองเป็นคนวางแผนลอบสังหารเจ้าชายจอฟฟรีย์ และชิงบัลลังค์มาเป็นของตนเอง และได้ประกาศต่ออีกว่า จอฟฟรีย์ บาราธเธียน คือองค์รัชทายาทที่แท้จริง และเป็น ลอร์ดแห่งอาณาจักรทั้ง 7 และผู้ปกป้องอาณาจักร

          เหตุที่ ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ยอมสารภาพผิด เพราะเห็นแก่ลูกสาวทั้ง 2 ของตนเอง

ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค สารภาพผิด

          หลังการสารภาพผิดของลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค เจ้ากรมวัง ได้ถามความเห็นของ พระราชาจอฟฟรีย์ แต่พระราชาจอฟฟรีย์ ได้ชี้ให้เห็นถึงความประสงค์ของ พระราชินีเซอซี ที่ต้องการให้ ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ถูกถอดยศและตำแหน่ง และให้ไปเป็น หน่วยลาดตระเวนที่ เดอะวอลล์

          ส่วนของความประสงค์ของ ซานซ่า คือ ต้องการให้ไว้ชีวิตพ่อของตน

          ซึ่งทั้ง 2 ความเห็น เป็นความเห็นที่อ่อนแอของอิสตรี ซึ่งตราบใดที่ตัวของจอฟฟรีย์ได้เป็นพระราชา พวกกบฏจะไม่ได้รับการอภัยโทษ พร้อมทั้งสั่งให้ เซอร์อิลลิน นำศรีษะของลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค มาให้กับตน รับสั่่งนี้ได้สร้างความตื่นตะลึงให้กับ พระราชินีเซอซีและซานซ่า เป็นอย่างยิ่ง

          พระราชินีเซอซี ได้ห้ามปราบ พระราชาจอฟฟรีย์ ลูกชายของตน แต่ก็ไม่เป็นผล

          เซอร์อิลลิน ได้ทำหน้าที่ของตนตามรับสั่งของพระราชา โดยการลงดาบลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค พร้อมทั้งหัวของลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ที่ล่วงลงสู่พื้นเบื้องล่าง



จบ Seasons 1 EP.9



สายรัดเก็บโทรศัพท์ สำหรับออกกำลังกาย


Related Posts

รีวิว Game of Thrones Seasons 1 EP.9
4/ 5
Oleh

Subscribe via email

Like the post above? Please subscribe to the latest posts directly via email.