วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560

รีวิว Game of Thrones Seasons 2 EP.3


Game of Thrones Seasons 2 EP.3



          จอน สโนว์ ถูก คราสเตอร์ จับตัวมาให้กับ ผบ.มอร์มอนท์ พร้อมทั้งไล่ให้พวกของ ผบ.มอร์มอนท์ ออกไปจากพื้นที่ของตน

          ผบ.มอร์มอนท์ ได้มาถาม จอน สโนว์ ว่าไปทำอะไรไว้

          จอน ตอบว่า "เห็น คราสเตอร์ อุ้มเด็กผู้ชายที่เพิ่งเกิดเข้าไปในป่า จึงได้ทำการสะกดรอยตามไป เพราะ คราสเตอร์ นั้นได้ทำการสังหารลูกชายทุกคน" แต่คำพูดของ จอน ก็ไม่ได้ทำให้ ผบ.มอร์มอนท์ ตกใจแต่อย่างใด จอน จึงรู้ว่า ผบ.มอร์มอนท์ รู้มาตลอดว่า คราสเตอร์ สังหารลูกชายทุกคนของตน

          ผบ.มอร์มอนท์ ได้แต่พูดว่า "มันเป็นการบูชายัญของพวกคนเถื่อน" พร้อมทั้งยื่นดาบคืนให้กับ จอน และบอกแก่ จอน ว่า "อย่าทำดาบหลุดมืออีก"

          ในตอนรุ่งเช้า ทัพของ ผบ.มอร์มอนท์ ก็ได้เตรียมตัวเดินทางต่อ

          แซม ได้เจอกับ กิลลี่ ในตอนเช้าก่อนเดินทาง และได้มอบของสิ่งหนึ่งให้กับ กิลลี่ แม้ กิลลี่ จะปฏิเสธที่รับไว้ในตอนแรก แต่ แซม ก็บอกกับ กิลลี่ ว่าให้รับไว้ และดูแลรักษาให้ดี จนกว่าตัวของ แซม เอง จะกลับมา

          เมสเตอร์ ได้ให้ โฮดอร์ ไปปลุก แบรนด์ โฮดอร์ ก็ปฏิบัติตามคำสั่งเป็นอย่างดี แต่ทันทีที่มาถึงห้องนอนของ แบรนด์ ยังไม่ทันที่ โฮดอร์ จะปลุก แบรนด์ ก็ได้สะดุ้งตื่นจากฝันร้ายก่อน

          แบรนด์ ได้เล่าความฝันของตนให้กับ เมสเตอร์ ฟัง ว่ามันเป็นฝันที่เหมือนกันทุกคืน โดย แบรนด์ เล่าว่า "ตัวเองกำลังเดิน และ วิ่ง ผ่านป่าไป แต่ในความฝันร่างที่เดิน วิ่ง กลับไม่ใช่ตัวของ แบรนด์ เอง"

          แบรนด์ ยังบอกกับ เมสเตอร์ อีกด้วยว่า "แม่นมของตนนั้น เคยบอกเกี่ยวกับเวทย์มนต์ ที่ทำให้ตัวเอง สามารถเข้าไปสิงอยู่ในร่างของสัตว์ต่าง ๆ ได้" แต่ เมสเตอร์ บอกว่า มันเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าเท่านั้น เช่นเดียวกับเรื่องของ ยักษ์ หรือ มังกร ที่ตายไปหมดแล้ว

          เลดี้ แคท ได้เดินทางมาพบกับ พระราชาเรนลี่ แต่ว่าในขณะนั้นได้มีการประลองกันอยู่ ผู้ทีทำการประลองกัน คือ ลอรัส ไทเรล กับ บริแอนน์ แห่งทาร์ธ ผลของการประลอง บริแอนน์ เป็นฝ่ายชนะ ลอรัส ไปได้

          พระราชาเรนลี่ ตรัสกับ บริแอนน์ แห่งทาร์ธ ว่า ประสงค์สิ่งใดจะให้เป็นรางวัลในการชนะประลอง บริแอนน์ ได้ทูลขอกับพระราชาเรนลี่ ว่า ตัวเขาขอเป็น 1 ใน 7 ราชองครักษ์พิทักษ์พระราชาเรนลี่ ซึ่ง พระราชาเรนลี่ ก็ให้ตามที่ บริแอนน์ ทูลขอ

พระราชาเรนลี่ กับ มาเจอร์รี่ พระชายา


          เมื่อสบโอกาส เลดี้แคท จึงไปเข้าเฝ้าพระราชาเรนลี่

          พระราชาเรนลี่ ได้แนะนำ มาเจอร์รี่ย์ ที่เป็นพระชายา ให้รู้จักกับ เลดี้แคท

          ทางด้านเกาะไอร่อน เบลอน เกรย์จอย ได้วางแผนที่จะยึดดินแดนแถบทางเหนือและวินเทอร์เฟล ให้ตกมาเป็นของตน เนื่องจาก เห็นว่า พวกชนชาวเหนือต่างพากันไปทำศึกร่วมกับ ร็อบ สตาร์ค นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะยึดดินแดนทางเหนือและวินเทอร์เฟล

          แต่ ธีออน เกรย์จอย ไม่เห็นด้วยกับแผนการของพ่อตัวเอง เพราะถ้าเกิดพลาดขึ้นมา เกาะไอร่อน จะโดน ชาวเหนือโจมตีเป็นแน่แท้

          ธีออน จึงได้เสนอให้ไปสวามิภักดิ์กับ ร็อบ และร่วมมือกับ ร็อบ ดีกว่า เพราะถ้า ร็อบ ชนะศึกขึ้นมาคงจะยกปราสาท คาสเทอรี่ ร็อค ให้กับชาวเกาะไอร่อนเป็นแน่

          เบลอน ไม่เห็นด้วยกับแผนของ ธีออน เพราะคำขวัญของเกาะไอร่อนคือ "จะไม่ยอมเป็นทาส และจะช่วงชิงทุกอย่างที่เป็นของตน"

          เช เองก็เริ่มเบื่อกับการที่ต้องอยู่แต่ในห้อง จึงได้บ่นกับ ทีเรี่ยน ๆ จึงอยากส่ง เช ไปเป็นคนรับใช้ในครัว แต่ เช ไม่ยอมไปเป็นคนรับใช้

          แต่แล้ว เช ก็ไปเป็นสาวใช้ให้กับ ซานซ่า (ที่เรี่ยน น่าจะเป็นคนสั่งให้มา)

เช มาเป็นคนรับใช้ให้กับ ซานซ่า

          ทีเรี่ยน ได้คิดแผนการขึ้นมาแผนหนึ่ง โดยได้ปรึกษากับ ไพเซลล์ เจ้ากรมวัง ว่าห้ามไปบอก ราชินีเซอซี เป็นอันขาด ซึ่งเรื่องนี้จะให้ ราชินีเซอซี รู้ไม่ได้เลย โดย ทีเรี่ยน ได้บอกกับ ไพเซลล์ ว่า "จะส่ง เมอร์เซลล่า (ลูกสาวของ ราชินีเซอซี) ให้ไปแต่งงานกับ บุตรของเจ้าครองแคว้น ดอร์น

          ต่อมา ทีเรี่ยน ได้เรียกให้ ลอร์ดวาริส มาเข้าพบ และได้บอกแผนการให้กับ ลอร์ดวาริส ฟัง พร้อมทั้งแจ้งว่า ห้ามบอกเรื่องนี้ให้ ราชินีเซอซี รู้เป็นอันขาด โดย ทีเรี่ยน ได้บอกกับ ลอร์ดวาริส ว่า "ตนจะให้ เมอร์เซลล่า ไปแต่งงานกับ ธีออน เกรย์จอย เพราะจะได้กองทัพเรือของเกาะไอร่อนมาเป็นพวก"

          สุดท้าย ทีเรี่ยน ได้เรียกให้ ลอร์ดเบลิซ มาพบ พร้อมทั้งบอกแผนการ และกำชับให้ ลอร์ดเบลิซ อย่าบอกเรื่องนี้ให้กับ ราชินีเซอซี รู้เป็นอันขาด โดย ทีเรี่ยนได้บอกกับ ลอร์ดเบลิซ ว่า "จะให้ เมอร์เซลล่า แต่งงานกับ โรบิน แอร์ริน แห่งเวลล์ เพราะอาจจะทำให้ ไลซ่า ลืมเรื่องบาดหมางกับ ทีเรี่ยน ไปได้

          ลอร์ดเบลิซ ได้ถามถึงสิ่งที่ตัวเองจะได้ ถ้าหากเรื่องนี้สำเร็จ (เรื่องการแต่งงานของ เมอร์เซลล่า กับ โรบิน) ทีเรี่ยน บอกว่า ถ้า ลอร์ดเบลิซ ทำสำเร็จ จะให้ ริเวอร์รัน เป็นสิ่งตอบแทน พร้อมทั้งตำแหน่ง ลอร์ดแห่งริเวอร์รัน

          แต่แล้วเรื่องที่ ทีเรี่ยน จะยก เมอร์เซลล่า ให้ไปแต่งงาน ก็รู้มาถึงพระกัณฑ์ของ ราชินีเซอซี โดยที่ ราชินีเซอซี รู้ว่า ทีเรี่ยนจะยก เมอร์เซลล่า ให้ไปแต่งงานกับบุตรของเจ้าของแคว้น ดอร์น

          ธีออน เกรย์จอย ได้ร่างจดหมายถึง ร็อบ เพื่อจะแจ้งเกี่ยวกับแผนที่ล้มเหลว เนื่องจาก พ่อของเขาไม่เล่นด้วย และยังมีแผนที่จะบุกแดนเหนือ พร้อมทั้ง วินเทอร์เฟล อีกด้วย แต่หลังจากไตร่ตรองได้สักพัก ธีออน ก็ตัดสินใจที่จะเผาจดหมายทิ้ง

          ในเช้าวันรุ่งขึ้น ธีออน ได้เข้ารับการสาบานตนเพื่อจะเป็นผู้นำแห่งเกาะไอร่อน ในการไปยึดครองดินแดนทางเหนือ รวมถึง วินเทอร์เฟล สถานที่ ๆ ตัวเองได้เติบโตขึ้นมา

ธีออน เกรย์จอย เข้ารับการสาบานตน

          ลอร์ดเบลิซ มาหา ทีเรี่ยน ด้วยอารมณ์หัวเสีย เนื่องจากรู้ข่าวว่า เมอร์เซลล่า จะถูกยกให้แต่งงานกับ ลูกชายของผู้ครองแคว้น ดอร์น ไม่ใช่ โรบิน แห่งเวลล์ ทำให้ความฝันที่ตัวเขาเองจะเป็นผู้ครองปราสาทสักหลัง พังลงไปด้วย

          ทีเรี่ยน ได้นำทหารคนสนิทมาจับตัว ไพเซลล์ เจ้ากรมวัง เนื่องจาก ไพเซลล์ เอาเรื่องแผนการณ์ที่ ทีเรี่ยน บอก ไปบอกกับ ราชินีเซอซี ทั้งที่ ทีเรี่ยน เองได้กำชับไว้แล้วว่า อย่าให้ราชินีรู้เป็นอันขาด พร้อมทั้งให้ทหารเอาตัว ไพเซลล์ ไปขังคุกใต้ดิน

          ทหารชุดทองของ แลนนิสเตอร์ ได้ตามทัพที่จะไปยัง เดอะวอลล์ ทัน โยเรน จึงบอกให้ อาร์ยา และ เกรดรี้ หนีไป ส่วนตัวของ โยเรน เอง ได้ออกมารับหน้าพวกทหารชุดทองไว้

          แต่การรับหน้าพวกทหารชุดทองของ โยเรน หาได้เป็นแบบสันติวิธี เนื่องจาก โยเรน ขัดขืนไูม่ยอมมอบลูกนอกสมรสของอดีตพระราชาโรเบิร์ตให้ จึงทำให้เกิดการต่อสู้กัน แต่ โยเรน คนเดียวก็ไม่สามารถที่จะสู้กับทหารชุดทองที่มากันหลายคนได้ โยเรน จึงถูกเหล่าทหารชุดทองสังหาร

          ส่วนพวกที่เหลือ ต่างถูกจับกุม เซอร์อามอรี่ ลอร์ช หัวหน้าทหารชุดทอง ได้สอบถามว่าใครคือ เกรดรี้ ให้ส่งตัวออกมา แต่ด้วยความฉลาดของ อาร์ยา ที่ได้เห็นศพของวัยรุ่นชายที่เพิ่งถูกทหารชุดทองสังหาร ว่า นั่นแหละคือ เกนดรี้ หลักฐานคือ หมวกที่ตกอยู่ข้าง ๆ ศพ เนื่องจากเป็นหมวกที่ เกนดรี้ รักมาก
พวกที่เหลือจึงถูกจับกุมไป

ศพที่ อาร์ยา อ้างว่าเป็น เกนดรี้

จบ Seasons 2 EP.3


วันอังคารที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2560

รีวิว Game of Thrones Seasons 2 EP.2


Game of Thrones Seasons 2 EP.2


          ทหารของพระราชาจอฟฟรีย์ ได้ตามมาถึงคณะของ โยเรน ที่จะไปยัง เดอะ วอลล์ ทหารได้ยื่นพระบรมราชโองการให้กับ โยเรน แต่ โยเรน ไม่ได้อ่าน พร้อมทั้งขับไล่ทหารไป แต่ก่อนที่ทหารจะไป ได้แจ้งแก่คณะของ โยเรน ว่า มีพระประสงค์ของพระราชาจอฟฟรีย์ ให้มาตามหาตัว เกนดรี้ พร้อมทั้งจะกลับมาใหม่ ด้วยกำลังทหารที่มากขึ้น

ทหารได้มาหาตัว เกนดรี้

          ลอร์ดวาริส ได้มาหา ทีเรี่ยน ที่ห้อง แต่ได้พบกับ เช แทน ทั้งคู่ได้นั่งคุยกันเพื่อรอ ทีเรี่ยน กลับมา ทีเรี่ยน ได้กลับมาที่ห้องและได้เห็น ลอร์ดวาริส อยู่ในห้องของตัวเองด้วยนั้น ได้สร้างความสะพรึงให้กับตัวของ ทีเรี่ยน เอง เนื่องจากกลัวว่า ลอร์ดวาริส จะเอาเรื่อง เช ไปพูด และถ้าเรื่องที่ตนได้มา เช มาด้วย รู้ถึงหู ไทวิน พ่อของตนแล้วล่ะก็ คงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ ๆ แต่ ลอร์ดวาริส ก็สัญญาว่า จะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ

          สาส์นจาก ร็อบ สตาร์ค ที่เป็นข้อแลกเปลี่ยนในการปล่อยตัว เซอร์เจมี่ ได้มาถึง พระราชินีเซอซี หลังจากที่ พระราชินีเซอซี ได้อ่านแล้ว จึงได้ฉีกสาส์นนั้นทิ้ง ทีเรี่ยน เอง ได้เสนอให้ พระราชินีเซอซี ส่งอัฐิ ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค กลับไปให้ ร็อบ เพื่อแสดงความจริงใจ แต่พระราชินีเซอซี หาได้รับฟังข้อเสนอของ ทีเรี่ยน

          นอกจากสาส์นจาก ร็อบ แล้ว ทาง ผบ.มอร์มอนท์ ก็ได้ส่งสาส์นมาเพื่อขอกำลังคนเพิ่ม และได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่ "ศพ" ลุกขึ้นมาทำร้ายตน แต่ทว่า เรื่องที่ ศพ ลุกขึ้นมาทำร้าย ผบ.มอร์มอนท์ กลับกลายเป็นความตลกขบขันของ พระราชินีเซอซี และทรงเห็นว่า ไม่น่าเชื่อถือ แต่ ทีเรี่ยน ไม่คิดอย่างนั้น และคิดว่า ผบ.มอร์มอนท์ คงจะไม่โกหกแน่ ๆ

          แซม ได้ช่วยหญิงสาวที่เป็นลูกสาวและภรรยาของ คราสเตอร์ ไว้ได้จาก โกสท์ (โกสท์ เป็น หมาป่าไดร์ฟวูฟล์ของ จอน) หญิงสาวที่ แซม ได้ช่วยไว้ก็คือ "กิลลี่" ภายหลังจากที่ได้ช่วย กิลลี่ ได้แล้ว แซม ได้พา กิลลี่ มาหา จอน เพื่อจะปรึกษากับ จอน ให้ลักพาตัวนางไปด้วย และได้บอกแก่ จอน ว่า กิลลี่ กำลังตั้งครรภ์อยู่

กิลลี่ เกือบโดน โกสต์ ทำร้าย

          แต่ จอน ก็ไม่เห็นด้วยกับการที่จะลักพาตัว กิลลี่ เนื่องจาก ผบ.มอร์มอนท์ ต้องไม่ยอมแน่ ๆ ถึงแม้ ผบ.มอร์มอนท์ ยอม ถ้าไปถึงกลางทางแล้ว กิลลี่ เกิดคลอดลูกขึ้นมา ใครจะเป็นคนทำคลอดให้ แซม บอกกับ จอน ว่า "ตัวเค้าเองจะเป็นคนทำคลอดให้ เพราะเคยอ่านในหนังสือมา"

          ที่ กิลลี่ อยากจะหนีไปจาก คลาสเตอร์ ก็เพราะว่า เกรงว่าลูกที่คลอดออกมา จะเป็นผู้ชาย ซึ่ง จอน ก็ได้สอบถามว่า "ถ้าเป็นผู้ชายแล้วจะเป็นอย่างไร" แต่ กิลลี่ ไม่ได้ตอบอะไร และได้วิ่งกลับไปยังที่พัก จอน ได้บอกกับ แซม ว่า "ตนคงช่วยเรื่องนี้ไม่ได้"

          ธีออน เกรย์จอย ได้เดินทางมายัง เกาะไออ้อน บ้านเกิดของตน เพื่อจะเจรจายืมเรือให้กับ ร็อบ สตาร์ค

          ทีเรี่ยน ได้เชิญ ลอร์ดจานอส สลินท์ มาทานอาหารค่ำ (ลอร์ดจานอส คือ คนที่สั่งลูกน้องให้สังหารคนของ ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค และจับตัว ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค) ในการทานอาหารค่ำครั้งนี้ ได้มีการปะทะคารมกัน ระหว่าง ทีเรี่ยนและลอร์ดจานอส (เรื่องที่ ลอร์ดจานอส เป็นคนจับตัว ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์คในห้องโถง ซึ่ง ทีเรี่ยน เห็นว่าเป็นการกระทำที่ โง่เง่า มาก ทำให้ ลอร์ดจานอส ไม่พอใจ)

          ทีเรี่ยน ได้แจ้งว่า ลอร์ดจานอส สามารถที่จะทรยศหักหลัง ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ซึ่งมีตำแหน่งเป็นถึง มือขวาพระราชา ตัวของ ทีเรี่ยน เอง คงรู้สึกไม่ปลอดภัยถ้าจะต้องอยู่ใกล้ชิดกับ ลอร์ดจานอส จึงสั่งให้ ทหาร (เป็นทหารของ ลอร์ดจานอส เอง) คุมตัว ลอร์ดจานอส ไปส่งที่เรือ เพื่อให้เดินทางไปยัง เดอะ วอลล์ และ ทีเรี่ยน ได้แต่งตั้งให้ บรอนซ์ เป็น ผบ.คนใหม่แทน ลอร์ดจานอส

ผบ.จานอส สลินท์ ถูกจับและเนรเทศ

          ธีออน ได้มาพบกับ เบลอน เกรย์จอย พ่อของตน และได้ส่งสาส์นที่ ร็อบ ฝากมาให้กับ พ่อของตน แต่ เบลอน ไม่ได้สนใจข้อเสนอของ ร็อบ ที่ว่า ถ้าช่วยให้ ร็อบ รบชนะพวก แลนนิสเตอร์ แล้ว จะให้ เบลอน เป็นพระราชาคุมเกาะไออ้อน เบลอน บอกกับ ธีออน ว่า "ตัวเค้าเองจะชิงมงกุฎด้วยดาบของตัวเอง ไม่ต้องให้ใครมาเสนอหรือชิงให้"

เบลอน ยาร่า และ ธีออน เกรย์จอย

          ทางด้าน ดาวอส ได้เชื้อเชิญให้ โจรสลัด ซัลลาดอร์ มาเข้าร่วมสงครามที่จะทำกับ แลนนิสเตอร์ ในการแย่งชิงบัลลังค์เหล็กกลับคืนมาให้กับ สแตนนิส บาราเธียน โดยได้เสนอทอง และตำแหน่งให้กับ ซัลลาดอร์ แต่ ซัลลาดอร์ แจ้งกับ ดาวอส ว่า นอกจาก ทองและตำแหน่งแล้ว พระราชินีเซอซี จะต้องเป็นของตนอีกด้วย

          จอน ได้เห็น คราสเตอร์ อุ้มเด็กแรกเกิดออกไปจากที่พักในยามวิกาล จึงได้สะกดรอยตามไป และได้เห็นมีคนมาอุ้มเด็กไป แต่แล้ว จอน ก็ถูก คราสเตอร์ จับได้ว่า สะกดรอยตามมา จึงเข้าทำร้าย จอน

          จอน สโนว์ จะเป็นอย่างไรนั้นหลังจากที่โดน คราสเตอร์ ทำร้าย ติดตามต่อได้ในตอนต่อไปครับ

จบ Seasons 2 EP.2

วันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2560

รีวิว Game of Thrones Seasons 2 EP.1


Game of Thrones Seasons 2 EP.1


          ที่คิงส์แลนด์ดิ้ง ในวันตั้งชื่อพระราชาจอฟฟรีย์ ๆ ได้จัดให้มีการประลองขึ้น เพื่อความบันเทิงเริงใจของพระราชาจอฟฟรีย์ (แสดงความโหดร้ายตั้งแต่เริ่มครองราชย์) แต่การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ของ ทีเรี่ยน ก็สร้างความงุนงงให้กับ พระราชาจอฟฟรีย์ เช่นกัน เพราะพระราชาจอฟฟรีย์ คิดว่า ทีเรี่ยน ได้ตายจากไปแล้ว

          ในขณะที่การประชุมของพระราชินีเซอซี และขุนนางทั้งหลาย ที่เริ่มแสดงความกังวลเกี่ยวกับฤดูหนาวที่จะมาถึง เพราะเกรงว่าจะเป็นฤดูหนาวที่ยาวนานกว่าทุกครั้ง

          ลอร์ดเบลิซ ได้แจ้งว่า มีข้าวปลาอาหารเหลือกินแค่ 5 ปี เท่านั้น ถ้าเจอฤดูหนาวที่ยาวนานกว่านั้น คนทุกคนที่ คิงส์แลนด์ดิ้ง จะไม่ไหว พระราชินีเซอซี ได้เสนอให้ปิดประตูเมือง ไม่ให้คนเข้า - ออก เมือง ข้อเสนอนี้ได้รับสั่งให้ ผบ.สลินท์ นำไปปฏิบัติตามคำสั่ง

          แต่แล้วความเงียบก็หายไป เมื่อ ที่เรี่ยน ได้เดินเข้ามาในที่ประชุม พร้อมทั้งจดหมายจาก ไทวิน ที่ระบุให้ ทีเรี่ยน เป็นมือขวาพระราชาชั่วคราว ในช่วงที่ ไทวิน กำลังทำศึกอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างความไม่พอพระทัยกับ พระราชินีเซอซี เป็นอย่างยิ่ง ถึงขนาดกล่าวหา ทีเรี่ยน ว่า หลอกหลวงพ่อของตน (ไทวิน) เพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่ง มือขวาพระราชา

          ในการประชุมลับกัน 2 คน พี่น้อง พระราชินีเซอซี กับ ทีเรี่ยน หัวข้อหลัก ๆ คือ การเอาตัว เซอร์เจมี่ คืนกลับมายัง คิงส์แลนด์ดิ้ง ทีเรี่ยน เสนอให้ เอา ซานซ่ากับอาร์ยา ไปแลกตัว เซอร์เจมี่ เพราะ 2 แลก 1 ทางฝั่ง สตาร์ค น่าจะยินดี แต่พระราชินีเซอซี บอกว่า อาร์ยา หนีไปได้ เหลือแต่ ซานซ่า คนเดียว ทำให้แผนแลกตัว เป็นอันต้องล้มไปก่อน

          ในวันที่ วินเทอร์เฟล ไม่มี ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค อีกแล้ว และ ร็อบ ก็ไปทำศึกสงครามงค วินเทอร์เฟล จึงต้องตกอยู่ในความดูแลของ แบรนด์ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

          คณะของ ผบ.มอร์มอนท์ ได้มาถึงที่พักของ "คราสเตอร์" ซึ่งเป็นคนเถื่อนที่อยู่ทางด้านเหนือของ เดอะ วอลล์ จากการสอบถามได้ความว่า คราสเตอร์เองก็ไม่ได้พบกับ เบนเจน มา 3 ปีแล้ว

          ผบ.มอร์มอนท์ จึงขอ คราสเตอร์ พักอาศัยสักหนึ่งคืน และจะให้เหล็กและอาหาร เป็นการตอบแทน

          สแตนนิส บาราเธียน ได้ทำการบูชาเทพองค์ใหม่ คือ "เทพแห่งแสง" เพื่อเป็นการเอาฤกษ์ เอาชัย ในการที่จะไปทวงคืนสิทธิ์ในการครองบัลลังค์เหล็ก

สแตนนิส บาราเธียน

          ในที่ประชุม ขุนนาง บางคน เสนอให้ สแตนนิสไปเป็นพันธมิตรกับ เรนลี่ น้องชายตน แต่ สแตนนิส ปฏิเสธ เนื่องจาก เรนลี่ ก็ต้องการที่จะเป็นพระราชาครองอาณาจักรทั้ง 7 เช่นเดียวกัน

          เซอร์ดาวอส เสนอให้ ไปร่วมกับ ร็อบ สตาร์ค แต่ข้อเสนอนี้ก็ถูกปฏิเสธอีกเช่นกัน สแตนนิส เห็นว่า พวกตระกูล สตาร์ค แย่งชิงดินแดนทางเหนือของตนเองไปครึ่งหนึ่ง จึงตราหน้าพวก สตาร์ค ว่า เป็น หัวขโมย พร้อมทั้งให้ส่งสาส์นไปทั่ว เวสเทอรอส ว่า พระราชาจอฟฟรีย์ หาใช่สายเลือด บาราเธียน ที่แท้จริง แต่เป็นลูกที่เกิดจาก พระราชินีเซอซี กับ น้องชายของตน เซอร์เจมี่

          ข่าวที่ สแตนนิส ส่งสาส์นไปทั่ว เวสเทอรอส เกี่ยวกับชาติกำเนิดของ พระราชาจอฟฟรีย์ ร็อบ สตาร์ค ก็ได้มาแจ้งให้กับ เซอร์เจมี่ แลนนิสเตอร์ นักโทษของตน ร็อบ ยังได้เดาเหตุการณ์อีกด้วยว่า ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค พ่อของตน คงจะรู้เรื่องนี้ จึงถูกประหารชีวิต และ แบรนด์ น้องชายของตน น่าจะเห็นว่า เซอร์เจมี่อยู่กับ พระราชินีเซอซี จึงถูกเซอร์เจมี่ ผลักตกลงมาจากหอคอย

เซอร์เจมี่ แลนนิสเตอร์ ถูกจับเป็นเชลย

          พระราชินีเซอซี ได้ถาม ลอร์ดเบลิซ เกี่ยวกับ อาร์ยา ว่ามีคนพบเห็นบ้างไหม (ลอร์ดเบลิซ มีเส้นสายภายนอกค่อนข้างเยอะ เช่นเดียวกับ ลอร์ดวาริส) แต่ ลอร์ดเบลิซ ก็ไม่ได้ข่าวเช่นกัน พระราชินีเซอซีทรงรับสั่งให้ ลอร์ดเบลิซ ค้นหาตัว อาร์ยา ให้ได้โดยเร็ว

          ทัพของร็อบ จับคนของตระกูล แลนนิสเตอร์ ได้อีกหนึ่งคน คือ "เซอร์อัลตัน" โดย ร็อบ ได้ยื่นข้อเสนอให้กับ เซอร์อัลตัน ว่า

          "ข้อที่ 1. ให้ตระกูลแลนนิสเตอร์ ปล่อยตัวน้องสาวทั้ง 2 ของ ร็อบ

           ข้อที่ 2. ให้ส่งอัฐิของลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค กลับมา รวมถึงศพของบริวารที่ตายในหน้าที่

           ข้อที่ 3. พระราชาจอฟฟรีย์และพระราชินีเซอซี จะต้องยอมประกาศสละสิทธิ์ทางเหนือ (หมายถึง ที่ ร็อบ อยู่) เพื่อที่อาณาจักรทางเหนือจะได้เป็นไท และห้ามไม่ให้พระราชาจอฟฟรีย์และคนของเขา ย่างกายเข้ามาในดินแดนทางเหนืออีก ถ้าขัดคำสั่ง พระราชาจอฟฟรีย์และคนของเขา ก็จะได้รับโทษเช่นเดียวกับ ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค (ตัดคอ)" และ ร็อบ จะปล่อยตัว เซอร์เจมี่

          ธีออน เกรย์จอย เห็นว่า ข้อเสนอที่ ร็อบ เสนอไป ทาง แลนนิสเตอร์ ไม่น่าจะตอบรับ ถึงแม้จะทำศึกชนะพวกแลนนิสเตอร์ กี่ครั้งก็ตาม ก็ยังไม่ใช่ชัยชนะที่แท้จริง ถ้ายังไม่ได้ยึด คิงส์แลนด์ดิ้ง

          การจะยึด คิงส์แลนด์ดิ้ง ให้ได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยเรือ และพ่อของตน ก็มีเรือและผู้ชำนาญการ พร้อมกับตน (ธีออน) ก็เป็นบุตรชายคนเดียว พ่อของตนน่าจะฟังตน

          แต่ เลดี้แคท ไม่เห็นด้วยที่จะไปเป็นพันธมิตรกับ เบลอน เกรย์จอย เพราะพวกตระกูล เกรย์จอย ไม่น่าเชื่อถือ

          ร็อบ จึงขอให้ เลดี้แคท แม่ของตน ไปที่ สตอร์มแลนด์ เพื่อไปเจรจาและเกลี้ยกล่อม เรนลี่ เพราะ ร็อบ ได้ข่าวว่า เรนลี่ รวบรวมกำลังพลได้แสนคน ถ้ารวมกับทัพของ ร็อบ เข้าไปอีก ก็จะมีกำลังคนมากกว่า ไทวิน แลนนิสเตอร์ ถึง 2 เท่า

          ข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง พระราชินีเซอซี และ เซอร์เจมี่ ได้รู้มาถึงพระกัณฑ์ของพระราชาจอฟฟรีย์ แต่เมื่อพระราชาจอฟฟรีย์ได้ทรงถามกับ พระราชินีเซอซี พระมารดา ก็ได้คำตอบว่า "เป็นเพียงแค่ข่าวลือ"

          พระราชาจอฟฟรีย์ ได้ทางถามถึงเรื่อง ลูกนอกสมรสของอดีตพระราชาโรเบิร์ต พร้อมทั้งคำพูดที่ดูถูก พระราชินีเซอซี แม่ของตัวเอง จึงถูก พระราชินีเซอซี ตบหน้าต่อหน้าคนงานที่กำลังทำการตกแต่งท้องพระโรง

          ซึ่งเรื่องนี้ได้สร้างความอับอายและความโกรธแก่ พระราชาจอฟฟรีย์ เป็นอย่างมาก ถึงขนาดบอกกับ พระราชินีเซอซี ว่า สิ่งที่พระราชินีเซอซีทำ มีโทษถึงประหาร และหวังว่าจะไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้อีก

          ภายในเมือง คิงส์แลนด์ดิ้ง ได้มีการค้นหาบุคคลที่คิดว่าน่าจะเป็นหรือเป็น ลูกนอกสมรสของอดีตพระราชาโรเบิร์ต เมื่อค้นหาพบแล้วก็ทำการสังหาร ไม่เว้นแม้แต่เด็กแบเบาะ เกรนดรี้ เอง ก็มีชื่ออยู่ในลิสต์ ลูกนอกสมรสของอดีตพระราชาโรเบิร์ตด้วยเช่นกัน แต่เจ้าของร้านตีเหล็กที่เป็นนายจ้างของ เกรนดรี้ บอกกับพวกทหารว่า เกรนดรี้ นั้นได้เดินทางไปยัง เดอะ วอลล์

อาร์ยา และ เกรนดรี้ เดินทางไปกับคณะที่จะไป เดอะ วอลล์

          ผบ.สลินท์ จึงสั่งให้ลูกน้องไปตามล่าตัว เกรนดรี้้ และทำการสังหารเสีย

จบ Seasons 2 EP.1

วันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2560

รีวิว Game of Thrones Seasons 1 EP.10 (End)


Game of Thrones Seasons 1 EP.10


          ข่าวการตายของลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ได้มาถึง วินเทอร์เฟล และทัพของร็อบ สตาร์ค ทั้ง เลดี้แคท ร็อบ ซานซ่า อาร์ยา แบรนด์ ริคคอน ได้ตกอยู่ท่ามกลางความเสียใจ ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป

เลดี้แคทและร็อบ หลังจากรู้ข่าวของลอร์ด สตาร์ค

          หลังการประหารลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค แล้ว พระราชาจอฟฟรีย์ได้สั่งให้เอาหัวของลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค เสียบประจาน นอกจากหัวของลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์คแล้ว บรรดาผู้ติดตามที่ตามมาจาก วินเทอร์เฟล ก็ถูกสังหารและนำหัวมาเสียบประจานด้วยเช่นกัน

          พระราชาจอฟฟรีย์ ยังรับสั่งให้ ซานซ่า ดูหัวพ่อของตนพร้อมทั้งคนติดตามที่ถูกเสียหัวประจานเรื่องนี้สร้างความแค้นให้กับ ซานซ่า เป็นอย่างมาก ถึงขนาด ซานซ่า จะสังหารพระราชาจอฟฟรีย์ แต่ดูเหมือน เดอะ ฮาวด์ จะรู้ทันถึงสิ่งที่ ซานซ่า คิด จึงได้ขัดขวางไว้เสียก่อน

          เหล่าบรรดาแม่ทัพของทัพร็อบ เห็นสมควรว่าควรเข้าร่วมกับ เรนลี่ บาราเธียน ซึ่งเป็นน้องคนสุดท้องของ อดีตพระราชาโรเบิร์ต แต่บางคนก็เห็นว่า เรนลี่ ความสามารถไม่น่าจะสู้ สแตนนิส บาราเธียนได้ (สแตนนิส เป็นน้องคนกลาง ของ พระราชาโรเบิร์ต) จึงควรจะเข้าร่วมกับ สแตนนิส มากกว่า เรนลี่

          แต่ ผบ. ของทัพ ร็อบ เห็นว่า ทำไมต้องให้คนอื่นมาปกครองพวกเราเอง พร้อมทั้งชู ร็อบ ให้เป็น "King of the North" เป็นผู้ที่จะมาปกครองพวกเราเอง พร้อมทั้งถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อ ร็อบ ธีออน เกรย์จอย เองก็ถวายสัตย์ปฏิญาณตนในครั้งนี้ด้วย พร้อมด้วยเสียงสรรเสริญของเหล่าทหาร ร็อบ ให้เป็น King of the North

ร็อบ ถูกแต่งตั้งให้เป็น King of the North

          เลดี้แคท อาศัยจังหวะการเฉลิมฉลองของ ร็อบ ที่ได้เป็น King of the North ไปหา เซอร์เจมี่ แลนนิสเตอร์ พร้อมทั้งสอบถามถึง แบรนด์ ว่า เหตุใด แบรนด์ ถึงได้ตกลงมาจากหอคอย เซอร์เจมี่ ก็ได้สารภาพตามตรงว่า "ตัวเขาเป็นคนผลัก แบรนด์ ตกลงมาจากหอคอยเอง เพื่อต้องการให้ แบรนด์ ตาย"

          ข่าวการที่ ร็อบ จับตัว เซอร์เจมี่ ได้ ถูกส่งมาถึง พระราชินีเซอซี และ ไทวิน แลนนิสเตอร์ พร้อมทั้งข่าวที่ สแตนนิส บาราเธียน พร้อมเป็นปรปักษ์กับตระกูล แลนนิสเตอร์

          ส่วนบรรดานายทหารของทัพไทวิน ก็มีความเห็นต่างในเรื่องของ ร็อบ บ้างว่า "ควรจะไปขอสงบศึกกับ ร็อบ" บ้างก็ว่า "ควรจะเอา ซานซ่า และ อาร์ยา ไปแลกกับตัวของ เซอร์เจมี่" บางเสียงก็ว่า "ควรจะกลับไปที่ ปราสาทแคสเทอรี่ ล็อค เพื่อไประดมพลแล้วมาทำสงครามกับ ร็อบ"

          แต่ ไทวิน ไม่เห็นด้วยกับทุกเสียงที่พูดมา จึงได้ให้ทุกคนออกไปจากที่ประชุม เหลือไว้เพียงแต่ ทีเรี่ยน และสั่งให้ ทีเรี่ยน กลับไปยัง คิงส์แลนด์ดิ้ง เพื่อเป็นมือขวาของพระราชาแทนตน พร้อมทั้งคอยสอดส่องหาดูว่า ยังมีใครที่คิดจะกบฏอีกหรือไม่ ถ้ามีก็ให้ตัดหัวและเสียบประจาน เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

          ทางด้าน เดอแนริส ได้สูญเสียลูกในครรภ์ คาลโดรโก้ ที่บาดแผลติดเชื้อ ได้ถูกช่วยไว้ด้วยเวทมนต์ของพวกมนต์ดำ แต่ก็ได้คืนมาแต่ร่างกาย หามีจิตวิญญาณไม่

ร่างที่ยังมีลมหายใจ แต่ไร้วิญญาณของ คาลโดรโก้

          จอน สโนว์ รู้ข่าวที่ ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ่พ่อของตน ถูกพระราชาจอฟฟรีย์ประหาร ได้เกิดความแค้นและต้องการที่จะแก้แค้น จึงได้หลบหนีออกจาก เดอะ วอลล์ แม้แซมจะห้ามไว้ แต่ก็ไม่เป็นผล

          หลังจากที่ จอน ได้หลบหนีออกมาจาก เดอะ วอลล์ แซมและเพื่อน ๆ ก็ได้ขี่ม้าตาม จอน มา เพื่อจะนำ จอน กลับไปยัง เดอะ วอลล์ เพราะ จอน ได้ถวายคำสัยต์ปฏิญาณตน เพื่อจะเป็นคนของ เดอะ วอลล์ แล้ว และการที่หลบหนีออกมา จะมีความผิดและมีโทษถึงตาย

          จอน ถูกเกลี้ยกล่อมด้วย คำสัตย์ปฏิญาณตน จึงยอมตาม แซมและเพื่อน ๆ กลับไปยัง เดอะ วอลล์

          เดอแนริส เอง ก็ดูท่าจะหมดหวังกับร่างอันไร้วิญญาณของ คาลโดรโก้ จึงได้สังหาร คาลโดรโก้ เพื่อเป็นการปลดปล่อยคนรัก ดีกว่าเห็นคนรักมีแต่ร่างแต่ไร้วิญญาณ

          อาร์ยา ได้ถูกช่วยไว้โดย โยเรน คนของเดอะ วอลล์ และได้ร่วมเดินทางไปเดอะ วอลล์ พร้อมกับ เกนดรี้ ลูกนอกสมรสของอดีตพระราชาโรเบิร์ต

          ผบ.มอร์มอนท์ ได้นำกำลังคนของเดอะ วอลล์ พร้อมทั้ง จอน สโนว์ ไปค้นหา เบนเจน สตาร์ค

          ในการเผาร่างอันไร้วิญญาณและลมหายใจของ คาลโดรโก้ เดอแนริส ได้นำไข่มังกร เข้าไปในกองเพลิงด้วย ขณะที่เปลวเพลิงกำลังลุกโหม ตัวของ เดอแนริส ก็ได้เดินเข้ากองเพลิงด้วยเช่นกัน เพื่อพิสูจน์ว่า ตัวเธอเองเป็นสายเลือดมังกรทีแท้จริง (ถ้าเป็นสายเลือดมังกรที่แท้จริง ไฟจะทำอะไรร่างกายไม่ได้)

          ในตอนเช้าตรู่ หลังจากที่เพลิงได้มอดไหม้หมดแล้ว สิ่งที่ปรากฏต่อหน้า จอราห์ และคนติดตาม ก็คือ ร่างอันเปล่าเปลือยของ เดอแนริส  ที่ไม่ไหม้ไฟ พร้อมทั้งมังกรทั้ง 3 ตัว ที่ได้ฟักออกมาจากไข่แล้ว

เดอแนริส และ มังกรของเธอ

          เหตุการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามต่อได้ใน Seasons 2 ครับ

จบ Seasons 1 EP.10

วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2560

รีวิว Game of Thrones Seasons 1 EP.9


Game of Thrones Seasons 1 EP.9


          ภายในห้องขังที่มืดมิดได้ปรากฏแสงไฟจากคบเพลิงของผู้มาเยี่ยมเยียน ซึ่งผู้ที่มาเยี่ยมเยียนหาใช่ใครอื่นไม่!?

          "ลอร์ดวาริส" ได้มาเยี่ยมเยียน ลอร์ด สตาร์ค อีกครั้ง พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบว่า ซานซ่า ได้ร้องขอชีวิตของลอร์ด สตาร์ค พ่อของเธอ ต่อหน้าพระพักตร์ เจ้าชายจอฟฟรีย์และพระราชินีเซอซี พร้อมทั้งได้แจ้งข่าวเกี่ยวกับ ร็อบ สตาร์ค ที่ยกทัพลงมายัง คิงส์แลนด์ดิ้ง

          ลอร์ดวาริส ยังได้เกลี้ยกล่อม ลอร์ด สตาร์ค ให้สวามิภักดิ์ต่อเจ้าชายจอฟฟรีย์และพระราชินีเซอซี พร้อมทั้งให้ ลอร์ด สตาร์ค ประกาศว่า เจ้าชายจอฟฟรีย์ เป็นองค์รัชทายาทที่แท้จริง และให้สารภาพความผิดทั้งหมดที่ได้เกิดขึ้น ซึ่งแน่นอนว่า ชายชาติทหารอย่าง ลอร์ด สตาร์ค คงไม่ยอมเป็นแน่แท้ ลอร์ดวาริส ได้แต่อุทานว่า "น่าเสียดายจริง ๆ"

          การจะไปยัง คิงส์แลนด์ดิ้ง นั้น จะต้องผ่าน ปราสาทริเวอร์รัน ของตระกูลเฟรย์ก่อน แน่นอนว่า พวกตระกูลเฟรย์ คงไม่ยอมให้ผ่านไปได้ง่าย ๆ แน่นอน



          ร็อบ สตาร์ค ต้องการที่จะเข้าไปเจรจาเพื่อขอผ่านทางมากกว่าที่จะต้องสู้รบกับพวกตระกูลเฟรย์ แต่ เลดี้แคท เห็นว่า ตัวของเค้าเองรู้จักผู้ครองปราสาทริเวอร์รัน มาตั้งแต่ยังเด็ก จึงขออาสาไปเจรจาแทน ร็อบ ลูกชายของตน

          ผบ.มอร์มอนท์ ได้ให้ดาบ "ลองคลอว์" แก่ จอน สโนว์ เพื่อเป็นการตอบแทนที่ จอน ได้ช่วยชีวิตตน จากศพที่ฟื้นขึ้นมา โดยดาบ ลองคลอว์ เป็นดาบที่ตีจาก แร่วาลีเรี่ยน และตระกูลมอร์มอนท์ ได้ดูแลดาบเล่มนี้มา 5 ศตวรรษ แล้ว

          จอน ได้ปฏิเสธที่จะรับ เนื่องจากเห็นว่า ดาบลองคลอว์ น่าจะเป็นดาบประจำตระกูลมอร์มอนท์ (เพราะดูแลมาตั้ง 5 ศตวรรษ) แต่ ผบ.มอร์มอนท์ ได้สั่งให้รับไป เพราะน่าจะเหมาะกับ จอน สโนว์ มากกว่า จอน จึงตั้งรับมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

          แซม ได้บอกข่าวที่ ร็อบ ยกทัพไปยัง คิงส์แลนด์ดิ้ง ให้กับ จอน รู้

          ผลการเจรจาระหว่าง เลดี้แคท กับ ตระกูลเฟรย์ เป็นไปในทางที่ดี โดยเลดี้แคท ได้มาบอกกับ ร็อบ สตาร์ค ว่า "พวกเขา (ตระกูลเฟรย์) พร้อมที่จะให้ทัพของ ร็อบ ผ่านทาง และจะส่งทหารเข้าร่วมด้วย แต่ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน"

          ร็อบ ได้สอบถามถึงข้อแลกเปลี่ยนนั้นว่า คืออะไร เลดี้แคท ได้บอกว่า "พวกเขาต้องการให้ลูกชายของเขา โอลิวาร์ มาเป็นเด็กรับใช้ ร็อบ พร้อมทั้งตำแหน่งอัศวิน ในเวลาอันควร ส่วน อาร์ยา ต้องแต่งงานกับ วาร์ดรอน ลูกชายอีกคนหนึ่งของเขา และก็เมื่อสงครามจบลง ตัวของ ร็อบ ก็ต้องแต่งงานกับลูกสาวของเขา โดย ร็อบ สามารถเลือกได้เองเลย"

          ร็อบ ได้แต่ตอบ "ตกลง" เพราะไม่มีทางเลือก

          จอน สโนว์ ได้รู้ถึงตัวจริงของ เอม่อน ว่า คือ เอม่อน ทาร์แกเรี่ยน ผู้ที่เคยปฏิเสธการครองบัลลังค์เหล็กมาแล้ว

          ในการประชุมของทัพไทวิน แลนนิสเตอร์ ตัวของไทวิน เอง ต้องการให้พวก ชัคก้า ออกรบเป็นแนวหน้า ซึ่งเรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้กับ ทีเรี่ยน เป็นอย่างยิ่ง (เพราะ ชัคก้า บอกให้ ทีเรี่ยน มารบด้วย ตัวพวกเขาถึงจะรบ ถ้า ชัคก้า ต้องเป็นทัพหน้า ทีเรี่ยน ก็ต้องอยู่ทัพหน้าด้วยเช่นกัน ซึ่งการเป็นทัพหน้านั้น มีโอกาสถูกฆ่ามากกว่าทัพหลัง) เพราะมองว่า พ่อของตนต้องการส่งตนไปตายมากกว่า

          หลังจากที่ ทีเรี่ยน ได้กลับมายังกระโจมที่พัก ก็ได้เจอกับ "เช" ซึ่งเป็นโสเภณี ซึ่ง บรอนด์ เป็นคนพามาให้

          ทีเรี่ยน ได้ยื่นข้อเสนอให้กับ เช เพราะต้องการให้ เช มาอยู่ด้วย และข้อเสนอนั้น ก็ยากเกินที่ เช จะปฏิเสธได้

          คาลโดรโก้ ล้มป่วยจากการติดเชื้อที่บาดแผล จอราห์มองว่า คาลโดรโก้ คืนนี้ไม่น่าจะรอดแน่ ๆ จึงบอกให้ เดอแนริส ที่มีตำแหน่งเป็น คาลิซี (เป็นภรรยาของหัวหน้าเผ่า) หนีไปจากที่นี่ เพราะเมื่อไหร่ที่ คาลโดรโก้ ตาย พวกคนหนุ่มที่เหลือก็จะสู้กันเพื่อแย่งชิงกันเป็น คาล คนใหม่ และเมื่อถึงตอนนั้น ตัวของ เดอแนริส ก็จะหมดความหมายทันที

คาลโดรโก้ ล้มป่วยเพราะพิษบาดแผล

          สงครามระหว่าง สตาร์ค และ แลนนิสเตอร์ ได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยทัพของ ไทวิน แลนนิสเตอร์ ได้รับชัยชนะไป เนื่องจากทัพของ ร็อบ สตาร์ค ส่งคนมารบเพียงแค่ 2,000 คน

          สงครามครั้งนี้เป็นการหลอกล่อ ไทวิน แลนนิสเตอร์ เนื่องจากทัพใหญ่ของ ร็อบ และตัวของ ร็อบ เอง ได้นำกำลัง 18,000 คน ไปรบกับ เซอร์เจมี่ แลนนิสเตอร์ และได้จับตัว เซอร์เจมี่ แลนนิสเตอร์ มาได้ ส่วนทัพเล็กก็ไปรบกับ ไทวิน เพื่อป้องกันและหลอกล่อ ไม่ให้ ไทวิน รู้ตัวและไปช่วยทัพของ เซอร์เจมี่ แลนนิสเตอร์ ได้นั่นเอง

          ที่คิงส์แลนด์ดิ้ง ชาวเมืองทั้งหลายได้มุ่งหน้าสู่ "วิหารเบลอร์" ที่นั่นได้มีการสารภาพผิดของ ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค

          ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ได้สารภาพผิด ว่า ตนเองเป็นคนวางแผนลอบสังหารเจ้าชายจอฟฟรีย์ และชิงบัลลังค์มาเป็นของตนเอง และได้ประกาศต่ออีกว่า จอฟฟรีย์ บาราธเธียน คือองค์รัชทายาทที่แท้จริง และเป็น ลอร์ดแห่งอาณาจักรทั้ง 7 และผู้ปกป้องอาณาจักร

          เหตุที่ ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ยอมสารภาพผิด เพราะเห็นแก่ลูกสาวทั้ง 2 ของตนเอง

ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค สารภาพผิด

          หลังการสารภาพผิดของลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค เจ้ากรมวัง ได้ถามความเห็นของ พระราชาจอฟฟรีย์ แต่พระราชาจอฟฟรีย์ ได้ชี้ให้เห็นถึงความประสงค์ของ พระราชินีเซอซี ที่ต้องการให้ ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ถูกถอดยศและตำแหน่ง และให้ไปเป็น หน่วยลาดตระเวนที่ เดอะวอลล์

          ส่วนของความประสงค์ของ ซานซ่า คือ ต้องการให้ไว้ชีวิตพ่อของตน

          ซึ่งทั้ง 2 ความเห็น เป็นความเห็นที่อ่อนแอของอิสตรี ซึ่งตราบใดที่ตัวของจอฟฟรีย์ได้เป็นพระราชา พวกกบฏจะไม่ได้รับการอภัยโทษ พร้อมทั้งสั่งให้ เซอร์อิลลิน นำศรีษะของลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค มาให้กับตน รับสั่่งนี้ได้สร้างความตื่นตะลึงให้กับ พระราชินีเซอซีและซานซ่า เป็นอย่างยิ่ง

          พระราชินีเซอซี ได้ห้ามปราบ พระราชาจอฟฟรีย์ ลูกชายของตน แต่ก็ไม่เป็นผล

          เซอร์อิลลิน ได้ทำหน้าที่ของตนตามรับสั่งของพระราชา โดยการลงดาบลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค พร้อมทั้งหัวของลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ที่ล่วงลงสู่พื้นเบื้องล่าง



จบ Seasons 1 EP.9



สายรัดเก็บโทรศัพท์ สำหรับออกกำลังกาย


วันศุกร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2560

รีวิว Game of Thrones Seasons 1 EP.8ู


Game of Thrones Seasons 1 EP.8



          ทหารของลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ถูกทหารของพระราชินีเซอซี และ เจ้าชายจอฟฟรีย์ สังหารหมด แม้แต่ ซิริโอ ครูสอบดาบของ อาร์ยา ก็ถูกฆ่าเพราะปกป้อง อาร์ยา ไว้

          อาร์ยา หนีออกมาได้ และได้มาค้นหาดาบนีดเดิ้ลของตน แต่ได้ถูกเด็กชายร่างท้วมคนหนึ่ง หมายจะจับตัว อาร์ยา ส่งให้กับพระราชินีเซอซี แต่โชคร้ายได้มาเยืยนเด็กชายร่างท้วมผู้นั้น เพราะถูก อาร์ยา แทงด้วยดาบนีลเดิ้ล ทำให้ตายทันที นี่นับว่าเป็นศพแรกของ อาร์ยา ก็ว่าได้

ทหารของลอร์ด สตาร์ค ถูกสังหารหมด

          ซานซ่า ถูก เดอะ ฮาวด์ จับไปให้กับ พระราชินีเซอซีและเจ้าชายจอฟฟรีย์

          ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ถูกจับกุมอยู่ในคุกใต้ดิน ที่ไม่มีทั้งแสงไฟและน้ำ ลอร์ดวาริสได้แวะมาเยี่ยมพร้อมนำน้ำมาให้ และได้สอบถามลอร์ด สตาร์ค ว่า "เหตุใดถึงไปบอกเรื่องชาติกำเนิดของเจ้าชายจอฟฟรีย์ ให้กับพระราชินีเซอซี รู้"

          ลอร์ด สตาร์ค ได้แต่ตอบเพียงว่า "เพราะความเมตตา" (ลอร์ด สตาร์ค คิดว่า เมื่อไปบอกกับพระราชินีเซอซี ว่า ตนรู้เรื่องชาติกำเนิดของเจ้าชายจอฟฟรีย์แล้ว จะทำให้พระราชินีเซอซี เกิดความกลัว และนำพาลูก ๆ ทั้งหมดของตน ออกไปจาก คิงส์แลนด์ดิ้ง แต่ความหวังดีของ ลอร์ด สตาร์ค กลับเป็นดาบมาทิ่มแทงตนเอง)

          ผบ.มอร์มอนท์ ได้แจ้งข่าว พระราชาโรเบิร์ต สวรรคต กับข่าวที่ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ถูกจับในข้อหากบฏ เพราะได้ร่วมมือกับเรนลี่ บะราเธียน กันไม่ให้เจ้าชายจอฟฟรีย์ ขึ้นครองบัลลังค์ แก่ จอน สโนว์

          ซานซ่า ถูกนำตัวมาพบกับ พระราชินีเซอซี เจ้ากรมวัง ลอร์ดวาริส และลอร์ดเบลิซ โดยพระราชินีเซอซี ได้แจ้ง ซานซ่า ว่า "พ่อของซานซ่า ถูกจับเพราะต้องการแย่งชิงบัลลังค์ไว้แต่ผู้เดียว" และไม่ต้องการให้ ซานซ่า แต่งงานกับ เจ้าชายจอฟฟรีย์ เนื่องจาก ซานซ่าเป็นลูกของคนที่ก่อการกบฏ

          ลอร์ดเบลิซ เห็นว่า ซานซ่า เป็นผู้บริสุทธิ์ และควรจะให้โอกาสแสดงความจงรักภักดี

          พระราชินีเซอซี จึงรับสั่งให้ ซานซ่า เขียนจดหมายไปหา เลดี้แคท แม่ของตน พร้อมทั้ง ร็อบ พี่ชายของตน ให้เข้ามายัง คิงส์แลนด์ดิ้ง เพื่อมาถวายสัตย์ปฏิญาณและแสดงความจงรักภักดีต่อ เจ้าชายจอฟฟรีย์

          จดหมายที่ ซานซ่า เขียน ได้มาถึง วินเทอร์เฟล ร็อบ สตาร์ค รู้สึกแปลกใจกับข้อหากบฏของ ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค พ่อของตน จึงสั่งให้รวบรวมกำลังพลทั้งหมด เพื่อจะไปยัง คิงส์แลนด์ดิ้ง

แบรนด์ ขอพรต่อเทพองค์เก่า

          เลดี้แคท ก็ได้รับข่าวที่ ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ถูกจับเป็นนักโทษแล้วเช่นกัน จึงได้ขอทหารจาก ไลซ่า น้องสาว แต่ ไลซ่า ปฏิเสธ

          ระหว่างทางกลับ คิงส์แลนด์ดิ้ง ทีเรี่ยน ได้พบกับ ชัคก้า บุตรแห่งดอล์ฟ โดยชัคก้า หมายจะสังหารคนต่างถิ่นทั้ง 2 (ทีเรี่ยนกับบอดี้ การ์ด) แต่ชัคก้า ก็ถูกวาทะศิลป์ที่ยอดเยี่ยมของ ทีเรี่ยน กล่อม ว่า "ถ้าสามารถช่วยให้ตน (ทีเรี่ยน) ออกจากป่าแห่งนี้ได้ จะให้ทองคำ เครื่องประดับและปราสาทเวล เป็นของตอบแทน" ซึ่ง ชัคก้า ก็ไม่ถูกกับคนของปราสาทเวล อยู่แล้ว ถ้าตน (ชัคก้า) ได้ครอบครองปราสาทเวล ก็คงดีไม่น้อย ข้อเสนอนี้ของ ทีเรี่ยน ถือว่าน่าสนเป็นอย่างยิ่ง

          "เจ้าไม่เป็นเพียงแต่ลูกนอกสมรส แต่ยังเป็นลูกนอกสมรสของคนกบฏอีกด้วย" คำพูดยั่วยุของ เซอร์ อัลลิเซอร์ ได้สร้างความโกรธแค้นให้กับ จอน สโนว เป็นอย่างยิ่ง จอน สโนว จึงหมายจะสังหาร เซอร์ อัลลิเซอร์ แต่ถูกขัดขวางโดยเพื่อน ๆ และ แซม

          ผบ.มอร์มอนท์ ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด จึงสั่งกักบริเวณ จอน สโนว์

          ในค่ำคืนนั้นเอง จอน สโนว ได้สังเกตุเห็นพฤติกรรมแปลก ๆ ของ โกร์ส หมาป่าไดร์ฟวูลฟ์ คู่ใจ จึงเปิดประตูให้กับ โกร์ส ๆ จึงนำ จอน สโนว มายังห้องของ ผบ.มอร์มอนท์ ซึ่งที่นั่นเอง จอน ได้พบกับศพที่หน่วยลาดตระเวนได้พากลับมา (เป็นศพของคนที่เดอะ วอลล์) ได้ลุกขึ้นมาทำร้าย จอน

          จอน ได้ใช้ดาบแทงเข้าที่ท้อง ทำให้ศพล้มลง แต่แล้วศพก็ลุกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ผบ.มอร์มอนท์ ได้ถือตะเกียงเข้ามาและเห็นเหตุการณ์ จอน จึงเอาตะเกียงไฟโยนใส่ศพที่ลุกขึ้นมา ไฟทำให้ศพล้มลงไป จอน ได้พา ผบ.มอร์มอนท์ หลบหนีออกมาจากห้องนั้น

          ร็อบ สตาร์ค รวบรวมกำลังพลได้แล้ว และกำลังจะยกทัพไปที่ คิงส์แลนด์ดิ้ง เพื่อช่วย ลอร์ด สตาร์ค กลับมา

          จอน สโนว์ ได้เผาศพอีกหนึ่งศพที่หน่วยลาดตระเวนนำกลับมาด้วย เพื่อกันไม่ให้ลุกขึ้นมาทำร้ายคนในเดอะ วอลล์ ได้อีก

          แซม ได้บอกว่า ศพที่ลุกขึ้นมานั้น ถูก ไวท์ วอล์คเกอร์ สังหาร (รวมถึงศพที่ถูกเผาด้วย) เพราะดวงตานั้นได้กลายเป็นสีฟ้า

          เลดี้แคท ได้ออกจากปราสาทเวล และได้มาเจอกับทัพของ ร็อบ ลูกชายตัวเอง ระหว่างทาง

          ชัคก้า ได้พา ทีเรี่ยน มาส่งถึงทัพของไทวิน แลนนิสเตอร์ พ่อของ ทีเรี่ยน ที่นี่ ทีเรี่ยน เพิ่งได้ทราบข่าว เกี่ยวกับการสวรรคตของ พระราชาโรเบิร์ต และเจ้าชายจอฟฟรีย์ ครองบัลลังค์ที่ คิงส์แลนด์ดิ้งอยู่

ชัคก้า พา ทีเรี่ยน มาส่งที่ทัพของ ไทวิน แลนนิสเตอร์

          ในขณะที่ทัพของ ร็อบ สตาร์ค ก็อยู่ใกล้ ๆ กับทัพของ ไทวิน แลนนิสเตอร์

          ไทวิน สั่งให้รวบรวมกำลังพล เพื่อเตรียมรบกับ ร็อบ ไทวินต้องการให้พวกของ ชัคก้า เข้าร่วมรบกับไทวิน ในศึกครั้งนี้ด้วย และจะให้ค่าตอบแทนที่มากกว่า ทีเรี่ยน เสนอ

          ชัคก้า บอกแก่ ไทวิน ว่า "พวกตนจะร่วมรบในครั้งนี้ ก็ต่อเมื่อ ทีเรี่ยน ร่วมรบด้วย" เพราะทีเรี่ยน เปรียบเสมือนสินทรัพย์ของตน

          ส่วน เซอร์เจมี่ แลนนิสเตอร์ ได้ยกทัพไปตี ริเวอร์รัน

          ทหารของ ร็อบ ได้จับสายลับของ ไทวิน แลนนิสเตอร์ได้ โดยได้มาสอดแนมถึงกองทหารของ ร็อบ ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ แต่ ร็อบ กลับสั่งให้ปล่อยตัวสายลับไป

          ที่ คิงส์ แลนด์ดิ้ง ได้มีการประกาศแต่งตั้งขุนนางใหม่ และตำแหน่งมือขวาของพระราชาที่ว่างลง ได้ให้ ไทวิน แลนนิสเตอร์ เข้ามาเป็นมือขวาของพระราชาคนใหม่แทนที่ ลอร์ด สตาร์ค

เจ้าชายจอฟฟรีย์

          เซอร์ บาริสแตน ก็ถูก พระราชินีเซอซี ถอดออกจากตำแหน่ง ผู้บัญชาการราชองครักษ์ และให้ เซอร์เจมี่ แลนนิสเตอร์ เข้ามาทำตำแหน่ง ผู้บัญชาการราชองครักษ์ แทน

          ซานซ่า ได้ทูลขอชีวิตของ ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ต่อเจ้าชายจอฟฟรีย์ ซึ่งเจ้าชายจอฟฟรีย์ ได้ตรัสว่า "ถ้าลอร์ด สตาร์ค สารภาพและยอมรับว่า เจ้าชายจอฟฟรีย์คือพระราชา ก็จะยอมไว้ชีวิต"



จบ Seasons 1 EP.8

วันเสาร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2560

รีวิว Game of Thrones Seasons 1 EP.7


Game of Thrones Seasons 1 EP.7

 

          หมายศาลได้มาถึง ไทวิน และ เซอร์เจมี่ แลนนิสเตอร์ แล้ว แต่ก็ดูเหมือนกับว่าทั้ง ไทวิน และ เซอร์เจมี่ จะไม่แยแสกับหมายศาลในครั้งนี้เลย พร้อมกันนั้น ไทวิน ได้บอกว่า จะยกกองทัพ 30,000 คน ให้กับเซอร์เจมี่ ในการไปชิงตัว ทีเรี่ยน กลับมาจาก เลดี้แคท

ไทวิน และ เซอร์เจมี่ แลนนิสเตอร์

          ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ได้นัดพบกับ พระราชินีเซอซี ร่วมทั้งได้เผยในสิ่งที่ตนรู้ให้ ราชินีเซอซี ฟัง ว่า เซอร์เจมี่ไม่เป็นแค่เพียงน้องชายเท่านั้น แต่ยังเป็นคนรักของพระราชินีเซอซี อีกด้วย และ แบรนด์ได้เห็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งของทั้งคู่ ทำให้ถูกผลักตกลงมาจากหอคอย

          ลอร์ด สตาร์ค แจ้งแก่พระราชินีเซอซี ว่า เมื่อพระราชาโรเบิร์ตกลับมาจากการล่าสัตว์ เค้าจะบอกความจริงข้อนี้ให้พระราชารู้ ว่า ลูกทุกคน เป็นลูกของ เซอร์เจมี่ ไม่ใช่ พระราชาโรเบิร์ต และได้ให้ พระราชินีเซอซี หนีออกไปก่อนที่ พระราชาโรเบิร์ต จะกลับมา

          คนเถื่อนที่ถูกจับโดย ร็อบ สตาร์ค ได้มาอาศัยอยู่ที่ วินเทอร์เฟล พร้อมกับเหตุผลที่ต้องลงมาทางใต้ว่า พวกเขาได้หนี ไนท์ วอลล์เกอร์ (Night Walker) ก่อนที่หน้าหนาวจะมาถึง

          ที่เดอะ วอลล์ ม้าของ เบนเจน ได้กลับมายัง เดอะ วอลล์ แต่ปราศจากร่างของ เบนเจน

          ในขณะที่ คิงส์ แลนด์ดิ้ง เรนลี่ได้มาแจ้งแก่ ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ว่า พระราชาโรเบิร์ต ได้ถูกหมูป่า ทำร้ายขณะที่กำลังล่าสัตว์

          ลอร์ด สตาร์ค ได้เข้ามาเยี่ยมพระอาการของพระราชาโรเบิร์ต

พระราชาโรเบิร์ต ถูกหมูป่าทำร้ายในขณะไปล่าสัตว์

          พระราชาโรเบิร์ต มีรับสั่งให้ทุกคนออกไปจากห้องเหลือเพียงแค่ ลอร์ด สตาร์ค คนเดียว เมื่อทุกคนได้ออกไปจากห้องแล้ว ทรงมีรับสั่งให้ ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค จดพินัยกรรม โดยให้ ลอร์ด เอ็ดดาร์ด สตาร์ค เป็นผู้สำเร็จราชการแทน และให้เป็นผู้ปกครองอาณาจักรทั้ง 7 แทน จนกว่า เจ้าชายจอฟฟรีย์ จะมีอายุถึงเกณฑ์ แต่ลอร์ด สตาร์ค กลับแก้ไขข้อความ โดยแก้ไขว่า ทายาทที่แท้จริง ไม่ใช่ เจ้าชายจอฟฟรีย์

          จอราห์ มอร์มอนต์ ได้รับสาส์นเกี่ยวกับการอภัยโทษ แต่ขณะเดียวกัน เดอแนริส ก็เกือบถูกมือสังหารฆ่า โดยมือสังหารปลอมตัวเป็นคนขายไวน์ และได้วางยาพิษไว้ในไวน์ แต่ก็ถูก จอราห์ ขัดขวาง

          เดอะ วอลล์ ได้มีการคัดเลือกคนเข้าประจำการณ์ในหน่วยต่าง ๆ ของเดอะ วอลล์ จอน สโนว์ คิดว่าตัวเองน่าจะอยู่หน่วย ลาดตระเวน แต่กลับถูกกลั่นแกล้งโดย อัลลิสเซอร์ โดยให้ จอน สโนว์ ไปอยู่หน่วยบริการแทน ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับ จอน สโนว เป็นอย่างมาก

          แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีอยู่ เนื่องจาก จอน สโนว ถูก ผบ.เรียกให้ไปเป็นบริการส่วนตัวของเขา คำพูดของ แซม ที่เห็นว่า การไปเป็นบริการของ ผบ. ก็ไม่เลวนัก เพราะจะได้เรียนรู้วิธีการทำงานของ ผบ.ไปในตัว เผื่อวันใดวันหนึ่ง จอน ได้ก้าวมาเป็น ผบ. จะได้เป็นงานเลย ซึ่งคำพูดนี้ ทำให้ท่าทีของ จอน สโนว ดูอ่อนลง

การปฏิญาณตนต่อเทพองค์เก่าของ จอนและแซม

          เรนลี่ บาราเธียน มาพบลอร์ สตาร์ค เพื่อต้องการให้แย่งชิงตัว เจ้าชายจอฟฟรีย์ มาไว้ โดยความคิดของ เรนลี่ นั้น ใครได้ตัวว่าที่พระราชาองค์ต่อไปมาไว้ในกำมือ นั่นย่อมหมายความถึงชัยชนะ และตัวของ เรนลี่ เอง ก็หวังจะได้ขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทน ก่อนที่เจ้าชายจอฟฟรีย์ จะมีอายุถึงเกณฑ์

          แต่ลอร์ด สตาร์ค เห็นว่า ควรให้กับ สแตนนิส บาราเธียน ซึ่งเป็นน้องชายของพระราชาโรเบิร์ต และเป็นพี่ชายของ เรนลี่ มาเป็นผู้สำเร็จราชการแทนชั่วคราวก่อนที่จะยกให้กับ เจ้าชายจอฟฟรีย์ ในอนาคต จึงได้ส่งสาร์นไปถึง สแตนนิส

          คาลโดรโก้ ค่อนข้างโกรธแค้นพระราชาโรเบิร์ต ที่ส่งมือสังหารมาสังหารภรรยาของตน จึงได้ประกาศว่า จะนำบัลลังค์เหล็กมาให้แก่ เดอแนริส ศรีภรรยาของตน

คาลโดรโก้ ประกาศจะนำบัลลังค์เหล็กมาให้กับภรรยาของตน

          คิงส์แลนด์ดิ้ง ได้มีข่าวร้ายมาเยือน ข่าวนั้นก็คือ การสิ้นพระชนม์ของพระราชาโรเบิร์ต

          เรนลี่และเซอร์ลอรัส ได้หลบหนีออกจากเมืองคิงส์แลนด์ดิ้ง และมุ่งหน้าลงไปยังทางใต้

          พระราชินีและเจ้าชายจอฟฟรีย์ ได้มีรับสั่งให้ ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค เข้าเฝ้า ลอร์ดเบลิซได้แจ้งแก่ ลอร์ด สตาร์คว่า ได้ซื้อทหารรักษาการณ์ไว้ให้แล้ว

          ภายในท้องพระโรง เจ้าชายจอฟฟรีย์ ได้ขึ้นนั่งบนบัลลังค์เหล็ก ขนาบข้างด้วยพระราชินีเซอซี ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ไว้ยื่นพินัยกรรมที่ พระราชาโรเบิร์ต ได้ทำขึ้นก่อนสิ้นพระชนม์ให้กับ ลอร์ด บาริสแตน หลังจากอ่านจบ พระราชินีเซอซี ได้นำพินัยกรรมไปอ่านพร้อมทั้งฉีกทิ้ง โดยกล่าวว่า เป็นเพียงแค่กระดาษใบเดียว

          พระราชินีเซอซี ต้องการให้ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ถวายสัตย์ปฏิญาณตนว่าจะจงรักภักดีต่อ เจ้าชายจอฟฟรีย์ ลูกของตน แต่ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ไม่ทำตาม และได้กล่าวว่า เจ้าชายจอฟฟรีย์ ไม่มีสิทธิ์ในบัลลังค์ ซึ่งได้สร้างความไม่พอพระทัยให้กับ เจ้าชายจอฟฟรีย์และพระราชินีเซอซี เป็นอย่างยิ่ง

          พระราชินีเซอซี ได้รับสั่งให้ทหารจับกุมตัวลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ในข้อหากบฎ แต่ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ก็มีทหารรักษาการณ์ที่ได้ซื้อไว้แล้ว แต่แล้วเหตุการณ์กลับตรงกันข้าม เมื่อทหารรักษาการณ์กลับโจมตีทหารของลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค พร้อมทั้งการหักหลังของลอร์ดเบลิซ ที่ได้จับกุม ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค ไว้

ลอร์ดเบลิซ หักหลัง ลอร์ดเอ็ดดาร์ด สตาร์ค

จบ Seasons 1 EP.7



CLICK